3 เหตุผลที่ราคา Bitcoin ฟื้นตัวทะลุ 31,000 ดอลลาร์อย่างรุนแรงในวันนี้

หลังจากที่ราคา Bitcoin ลดลงกว่า 10% ในช่วงเมื่อวาน ในที่สุด BTC ก็ได้ดีดตัวพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงจนสามารถกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 31,000 ได้สำเร็จอีกครั้ง

ในสัปดาห์นี้ปัจจัยพื้นฐานในระยะยาวเริ่มกลับมาดีขึ้น ทำให้ราคา Bitcoin มีโอกาสเป็นไปได้ที่จะมีการกลับตัวและนี่คือ 3 เหตุผลที่ราคา Bitcoin อาจกลับตัวเปลี่ยนเป็นช่วงขาขึ้นในเร็ว ๆ นี้

FED คงดอกเบี้ยตามคาด

ดูเหมือนว่า FED จะคงดอกเบี้ยตามคาด และยังคงปริมาณการอัดฉีด QE เท่าเดิม ทำให้ตลาดคริปโตเริ่มมีความเชื่อมั่นกลับคืนมา 

นาย Jorome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ กล่าวว่า : 

“ตอนนี้ไม่มียากระตุ้นเศษฐกิจไหนที่ดีไปกว่า การเร่งฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทุกคน” 

ซึ่งคำพูดของเขาได้สร้างความกังวลให้กับชาวอเมริกันเป็นอย่างมาก เพราะถึงแม้จะเป็นคำพูดที่ดูเหมือนให้กำลังใจชาวอเมริกัน แต่นักลงทุนกลับเพ่งเล็งความสนใจไปที่ว่า ทำไม FED ถึงไม่มีมาตรการอะไรใหม่ ๆ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการฉีดวัคซีนไม่ใช่หน้าที่ของ FED ทำให้ Bitcoin ยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงต่อไป

การคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0.00-0.25% ในวันนี้ และการระบุว่าจะยังคงซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) วงเงินรวม 1.2 แสนล้านเหรียญต่อเดือน นั้นดูเหมือนว่าจะไม่ได้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับค่าเงินดอลลาร์อีกต่อไปแล้ว 

และในระยะสั้นหากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือมีข่าวใดที่ดีกว่านี้เข้ามาดันตลาด เราอาจจะเริ่มเห็นนักลงทุนเทแห่มาลงทุนใน Bitcoin กันมากขึ้นแทน

การปรับฐานของราคา Bitcoin ใกล้จบแล้ว

เมื่อไม่นานมานี้ นักวิเคราะห์จาก Glassnode นั้นได้ออกมาเผยตัวชี้วัดที่มีชื่อว่า “Spent Output Profit Ratio” โดยจะเป็นการนำเอามูลค่าที่หน่วยเป็นดอลลาร์มาหารด้วยตัวเลขการสร้าง spent output ซึ่งมันใช้เพื่อตรวจหาสถานะจุดสิ้นสุดของการปรับฐานราคา Bitcoin

หลังจากที่เราได้เห็นการร่วงลงของราคาอย่างรุนแรงก่อนหน้านี้ ตัวเลขดังกล่าวนั้นก็ได้ร่วงลงไปถึงระดับเกือบถึง neutral ซึ่งบ่งบอกว่าการปรับฐานนั้นใกล้จะจบลงแล้วนั่นเอง

ทาง Glassnode ยังได้คาดการณ์ว่าเราอาจจะได้เห็นการพุ่งขึ้นของราคา Bitcoin อย่างรุนแรง หากอ้างอิงจากตัวชี้วัดที่ชื่อว่า Net Unrealized Profit/Loss (NUPL)

โดยตัวชี้วัดดังกล่าวนั้นจะช่วยเปรียบเทียบ unrealized profit และ unrealized loss ของผู้ที่ถือเหรียญอยู่ เพื่อทำการตัดสินว่าเครือข่ายทั้งหมดในตอนนี้อยู่ในสถานะขาดทุนหรือว่ากำไร

กราฟดังกล่าวนั้นแสดงให้เห็นว่าราคา Bitcoin นั้นได้ร่วงลงมาทันทีหลังจากที่ตัวชี้วัด NUPL นั้นได้พุ่งไปอยู่เหนือ 0.75 แต่อย่างไรก็ตามราคาของมันนั้นไม่สามารถที่จะผ่านระดับ 42,000 ดอลลาร์ไปได้จนร่วงลงมาอย่างรุนแรง

โดยก่อนหน้านี้ที่ตัวชี้วัด NUPL วิ่งมาแตะระดับดังกล่าวตอนขาขึ้นปี 2017 ที่ผ่านมา แต่ราคาของเหรียญ Bitcoin ก็ได้พุ่งต่อหลังจากนั้นถึง 900% ก่อนที่จะวิ่งไปแตะจุดสูงสุด ดังนั้นหากราคานั้นพุ่งขึ้นจากจุดนี้แล้ว เราอาจจะได้เห็นระดับราคาที่ 300,000 ดอลลาร์ก็เป็นได้

แนวโน้มขาขึ้นรูปสามเหลี่ยมที่กำลังก่อตัว

ปัจจุบันราคา Bitcoin นั้นดูเหมือนว่ากำลังวิ่งไซด์เวย์ไปมาอยู่ในกรอบแนวโน้มรูปสามเหลี่ยม โดยแนวโน้มดังกล่าวนั้นเริ่มเซ็ตตัวขึ้นนับตั้งแต่ที่ราคา Bitcoin นั้นมีการปรับฐานลดลงจากจุดสูงสุดที่ระดับ 42,000 ดอลลาร์

ตามหลักการแล้ว หากราคา Bitcoin สามารถเบรคทะลุแนวโน้มรูปสามเหลี่ยมนี้ขึ้นไปได้  ในทางด้านเทคนิคจะบ่งชี้ได้ว่าราคา Bitcoin นั้นมีโอกาสกลับมาดำเนินการต่อในช่วงขาขึ้นและอาจทำให้ราคาพุ่งกลับขึ้นไปทดสอบระดับ 40,000 ดอลลาร์อีกครั้ง

ที่มา :Siamblockchain

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *