4 สาเหตุที่นักเทรด Bitcoin ควรเฝ้าจับตาดูกระเป๋าเหรียญของเจ้ามือ 15 อันดับแรกของโลกนี้

ความโปร่งใสนั้นถือเป็นหนึ่งในความสวยงามของโลก Bitcoin และ Cryptocurrency แค่ด้านนี้ด้านเดียวที่ทำให้มันสามารถดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกให้เข้ามาในวงการนี้

ด้วยเทคโนโลยี Blockchain นั้นทำให้ข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสามารถถูกเข้าถึงได้โดยทุก ๆ คนที่ต้องการจะเข้ามาดูมัน ทุก ๆ คนสามารถที่จะตรวจสอบ address ในเครือข่ายได้, ดูประวัติการทำธุรกรรมได้, และรวมถึงค่าธรรมเนียมที่ถูกจ่ายไปในเครือข่าย และรวมถึงข้อมูลละเอียดอื่น ๆ อย่างเช่นระบบ multi-signature และ SegWit

ปัจจุบัน address เก็บเหรียญ bitcoin ที่มี BTC เยอะมากเป็น 15 อันดับแรกของโลกนั้นได้กลายมาเป็นจุดสนใจในกลุ่มผู้คนในวงการคริปโตอย่างมาก โดยนักวิจัยบางรายนั้นมีพฤติกรรมในการขุดค้นหารายละเอียดเกี่ยวกับ address เหล่านั้นเพื่อที่จะพยายามหาตัวของผู้สร้าง Bitcoin หรือ Satoshi Nakamoto ให้เจอ ในขณะที่นักวิเคราะห์รายอื่น ๆ นั้นก็มีการติดตามการเคลื่อนไหวของการโอนเหรียญของเจ้ามือในตลาดเหล่านี้ เพื่อที่จะนำไปใช้ทำนายการปั่นราคาตลาดที่จะมีผลกระทบต่อราคาของง bitcoin ได้ในอนาคต

นอกจากนี้ Address 15 อันดับแรกของโลกนี้ยังได้เข้าไปเตะตาของหน่วยงานรัฐบาลบางแห่งอย่างเช่นสรรพากรสหรัฐฯ (IRS) และกระทรวงการคลังสหรัฐฯอีกด้วย

อันที่จริงแล้ว พวกเขาได้มีการว่าจ้างบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการแกะรอยการทำธุรกรรมบน Blockchain เข้ามาเพื่อพยายามที่จะเสาะหาความจริงให้ได้ว่าใครเป็นเจ้าของ address ใดบ้างในเครือข่าย เพื่อที่จะได้สูบเงินออกจากประชาชนได้ถูกคน

นอกจากนี้เลขาธิการคลังสหรัฐฯ นาย Steven Mnuchin ได้ออกมาเสนอข้อกฎหมายให้มีการติดตามกระเป๋าเก็บ Bitcoin ของประชาชนอีกด้วย หากกฎหมายดังกล่าวได้รับการอนุมัติ ก็จะทำให้ความเป็นส่วนตัวของประชาชนนั้นลดลงไปอีก

Address นั้นไม่ได้แสดงถึงตัวตนของบุคคลหรือหน่วยงาน 1 ตัวตนเสมอไป

Address เก็บ Bitcoin 15 อันดับแรกของโลกจาก bitinfocharts.com

ภาพด้านบนแสดงให้เห็นว่า Address ของกระเป๋าเก็บเหรียญ bitcoin 15 อันดับแรกของโลกนั้นถือ Bitcoin รวมกันกว่า 1.07 ล้าน BTC หรือคิดเป็นประมาณ 5.7% ของจำนวน Bitcoin ทั้งหมด โดยหากคำนวณราคาของ Bitcoin ในตอนนี้ที่ 29,200 ดอลลาร์นั้น จะคิดเป็นประมาณ 9.37 แสนล้านบาทเลยทีเดียว ในขณะที่จำนวนตัวเลขนี้ถือเป็นจำนวนที่มองดูเหมือนไม่เยอะ แต่หากเราลองมองดูเว็บกระดานเทรด Bitcoin ปัจจุบันนั้นจะพบว่าตัวเลขของโวลุมบนตลาดเทรดเหล่านี้จะอยู่ที่เพียงแค่ 1.5 แสนล้านบาทเลยเท่านั้น

อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้อ่านควรทราบก็คือวันที่ฝากเหรียญเข้ามาใน address วันแรกนั้นไม่ได้หมายความว่านั่นเป็นวันแรกที่ผู้ถือ address นั้นซื้อ Bitcoin ซึ่งนั่นหมายความว่าเหรียญดังกล่าวอาจถูกส่งมาจากกระเป๋าอื่น ๆ ที่มีเจ้าของเดียวกัน ดังนั้นการแสดงวันที่ ๆ ถูกส่งไปยัง 11 address เหล่านี้ในปี 2018 อาจไม่ได้พิสูจน์ว่าผู้ถือเหรียญเหล่านี้เพิ่งจะเข้ามาในตลาดเป็นเวลาแค่ 2-3 ปีมาแล้วแต่อย่างใด

นอกจากนี้อีกจุดที่น่าสนใจก็คือ address 15 อันดับแรกนั้นถูกคาดการณ์ว่าอาจจะเป็นของผู้ก่อตั้ง Bitcoin อย่าง Satoshi ก็เป็นได้ โดยนักวิจัยที่มีชื่อว่า Sergio Lerner ได้แผยให้เห็นว่า block ที่ Satoshi ขุดได้นั้นมักจะมีรูปแบบลักษณะเฉพาะที่พวกเขาตั้งชื่อว่าให้ว่า ‘Patoshi’ และแม้ว่าเหรียญ Bitcoin ที่ถูกขุดขึ้นมาได้โดย Satoshi นั้นจะยังไม่ได้ถูกเคลื่อนไหวก็ตาม แต่มันก็ไม่ได้ถูกนำไปรวมไว้ใน address เพียงแค่ตัวเดียว

ปัจจุบัน address เก็บ Bitcoin 100 อันดับแรกของโลกนั้นมีสัดส่วน Bitcoin อยู่ทั้งหมดที่ 15.7% ของทั้งตลาดโลก ซึ่งถือว่าเยอะมาก ๆ หากนำไปเปรียบเทียบกับอัตราส่วนของสินทรัพย์ที่อยู่ในโลกของการลงทุนเก่า ยกจัวอย่างเช่นปัจจุบันบริษัทด้านการลงทุนอันดับ top 20 ที่ไปลงทุนในหุ้น PayPal นั้นถือ supply ทั้งหมดอยู่ที่ 19.7%

นอกจากนี้ 5 address ของ 15 address ดังกล่าวนั้นถูกบันทึกไว้ว่าเป็นของเว็บกระดานเทรดคริปโตอันดับต้น ๆ ของโลก ซึ่งบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเหรียญเหล่านี้ไม่ได้มีแค่เจ้ามือเพียงไม่กี่คนเป็นเจ้าของ

นอกเหนือจาก exchange ที่ถือ address Bitcoin เป็นมูลค่ามหาศาลแล้วนั้น ก็ยังมีบริษัทผู้ให้บริการด้านการเก็บเหรียญที่เก็บ BTC ของลูกค้าใน wallet ที่มีการกระจาย ๆ กันไปหลาย ๆ address อีกด้วย

Address อันดับต้น ๆ เพิ่งมีการโอนเหรียญเข้ามา และไม่ได้รองรับ SegWit

Address จำนวน 8 จาก 15 ทั้งหมดนั้นดูเหมือนว่าจะไม่เคยมีการโอนออกเลยแม่แต่ BTC เดียว โดยหากเราแยก address ของเว็บกระดานเทรดออกมานั้น จะพบว่ามีเพียงแค่ 20% เท่านั้นที่ทำการเคลื่อนย้ายเหรียญของพวกเขา ซึ่งสิ่งนี้บ่งบอกว่าเจ้าของ address เหล่านี้อาจเป็นนักถือ Bitcoin พันธุ์แท้จริง ๆ

ยิ่งไปกว่านั้น address จำนวน 11 จาก 15 นั้นถูกใช้งานจริง ๆ ครั้งแรกเมื่อราว ๆ เกือบ ๆ 3 ปีที่ผ่านมานี้ ซึ่งมีหลาย ๆ เหตุผลที่อยู่เบื้องหลังความแปลกนี้ โดยนั่นอาจประกอบไปด้วยการพัฒนาด้านการรักษาความปลอดภัย, การเปลี่ยนผู้ให้บริการด้านการเก็บเหรียญ, หรือการเปลี่ยนโครงสร้างของผู้ถือเหรียญ

มีเพียงแค่ 2 address จาก 15 ทั้งหมด (และ 3 ใน top 200) ที่รองรับ Bech32 SegWit ที่สามารถช่วยลดค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมได้มหาศาล โดยนี่บ่งบอกว่าเจ้าของ address เหล่านี้ยังคงไม่ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงหรืออัพเกรด แม้ว่าเทคโนโลยีนี้จะดีกว่าก็ตาม ที่น่าสนใจอีกจุดก็คือ Cold wallet ของ Bitfinex นั้นถูกลิสต์ไว้เป็นอันดับ 2 ในลิสต์นี้ และเป็นเพียงตัวเดียวที่มีการโอนออกไป

Address ปริศนาใหม่ ๆ เริ่มโผล่ขึ้นมา

Address ที่รวยเป็นอันดับ 3 ของโลกนั้นดูเหมือนว่าจะมีความลึกลับมากเป็นพิเศษ เนื่องจากว่ามันถือ bitcoin จำนวน 94,506 BTC ที่ไม่เคยถูกเคลื่อนย้ายเลยแม้แต่ครั้งเดียวนับตั้งแต่ตอนถูกโอนเข้ามา โดยก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเดือนกันยายนปี 2019 ที่ผ่านมานั้นทาง Glassnode เคยออกมารายงานว่า Bitcoin จำนวน 73,000 BTC ของใน wallet นั้นถูกโอนมาจาก Huobi

นักวิเคราะห์เป็นจำนวนมากได้ออกมาคาดการณ์ว่าเหรียญเหล่านี้น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจแชร์ลูกโซ่ Plustoken แต่ข่าวลือเหล่านั้นดูเหมือนว่าจะไม่เป็นความจริง เนื่องจากว่า Bitcoin จำนวน 194,775 BTC ที่ทางตำรวจจีนเข้ายึดได้เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมานั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ address ดังกล่าว

นอกเหนือจาก address ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลกที่ถือไว้อยู่ 79,957 BTC ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2011 ที่ผ่านมาแล้ว ยังมี address จำนวน 20 จาก top 300 address ที่ดูเหมือนว่าจะมีอายุอยู่ที่มากกว่า 9 ปีเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม มันยังไม่เป็นที่แน่ชัดในปัจจุบันว่าเจ้าของของเหรียญใน address ดังกล่าวนี้ยังอยู่หรือไม่ หรือว่ายังอยู่แต่สูญเสีย key ในการเข้าถึงกระเป๋าดังกล่าวไปแล้ว ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่ต่างก็คาดการณ์ว่าอาจจะเป็นแบบที่สอง

address ทั้งหมดนี้รวมกันแล้วมี Bitcoin อยู่ในครอบครองที่ 313,013 BTC และมีเพียงแค่ address เดียวที่ถูกนำไปใช้โอนเพื่อทำธุรกรรมตั้งแต่เปิด address มา นอกเหนือจาก Bitcoin ที่ถูกเก็บไว้ใน address ของ F2Pool ที่ 9,000 BTC ที่ address 1J1F3U7gHrCjsEsRimDJ3oYBiV24wA8FuV แล้ว หลายคนต่างก็คาดการณ์ว่าเหรียญคริปโตจาก address อื่น ๆ ในนี้ดูเหมือนว่าจะสูญหายไปตลอดกาลแล้ว

address 1P5ZEDWTKTFGxQjZphgWPQUpe554WKDfHQ จาก bitinfocharts.com

Address ที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ของโลกด้านบนนั้นถูกสร้างเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2019 และในขณะนั้นมันเป็น address ที่อยู่อันดับที่ 81 ของโลก แต่ตั้งแต่นั้นมาเรื่อย ๆ มันก็เริ่มมีการโอน BTC เข้ามาเก็บใน address ดังกล่าวที่มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเริ่มจาก 1 BTC ในเดือนธันวาคม 2019 ไปจนถึง 4,100 BTC ภายในธุรกรรมเดียวในเดือนมิถนายน 2019 แม้ว่ากระเป๋าดังกล่าวจะเป็นผู้ถือเหรียญ BTC อันดับต้น ๆ แต่พวกเขาก็มีการทำธุรกรรมโอนเหรียญออกทั้งหมด 7 ครั้งด้วยกัน โดยมีตั้งแต่ 786 BTC ไปจนถึง 3,000 BTC

มี Address จำนวน 100 address ทั้งหมดที่ถูกเปิดครั้งแรกตั้งแต่ตอนช่วง 30 พฤศจิกายน 2018- 18 ธันวาคม 2018 ซึ่งมี itcoin อยู่ที่ราว ๆ 8,000 BTC หรือราว ๆ 12,000 BTC ต่อ address โดย address เหล่านี้ดูเหมือนว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับ Coinbase Custody โดยจำนวน Bitcoin ทั้งหมดที่ 881,471 BTC นั้นดูเหมือนจะเทียบได้กับ 96% ของ cold wallet บนเว็บกระดานเทรดส่วนใหญ่ทั่วโลกเลยทีเดียว อ้างอิงจาก chain.info

ทฤษฎีเจ้ามือใหม่ในตลาด

นักลงทุนทุก ๆ คนนั้นมีความรู้สึกว่าการเข้ามาในตลาดของเจ้ามือรายใหม่ ๆ นั้นถือเป็นส่วนสำคัญในการนำพาให้ราคา Bitcoin พุ่งสูงขึ้นอย่างมั่นคง แม้ว่าก่อนหน้านี้มันจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยก็ตามจนกระทั่งเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

ปัจจุบันมันมีการเกิดใหม่ของ address ที่เริ่มเข้ามาอยู่ใน top 300 มากขึ้นเรื่อย ๆ ยกตัวอย่างเช่น 16 ของทั้งหมดนั้นได้รับเหรียญเป็นครั้งแรกภายในช่วง 30 วันที่ผ่านมา แต่ก็ตามที่ได้บอกไว้ข้างต้นแล้ว ว่าเม็ดเงินที่เข้ามาใหม่นี้อาจจะไม่ใช่ของหน้าใหม่ก็ได้ แต่อาจเป็นหน้าเดิมที่มีการซื้อ Bitcoin เพิ่มนั่นเอง

ที่น่าสนใจก็คือหากดูกราฟด้านล่างนั้นจะค้นพบว่ามันมีช่องว่างราว ๆ 50 วันที่ไม่มีหน้าใหม่เข้ามาใน top 300 เลย และช่วงเวลาระยะห่างของช่องว่างเหล่านี้ดูเหมือนว่าจะเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับจุดจบของขาขึ้นอีกด้วย

กราฟราคา BTC/USD จาก TradingView

นอกจากนี้ 0 ของ top 300 address นั้นดูเหมือนว่าจะไม่ได้ถูกนำออกมาใช้ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2019 และ 9 กุมภาพันธ์ 2020 ซึ่งเป็นช่วงที่ราคา Bitcoin พุ่งขึ้น 35% และหลังจากนั้นอีก 32 วันให้หลัง ตลาดก็ร่วงลงอย่างรุนแรงถึง 52%

กราฟราคา BTC/USD จาก TradingView

ก่อนหน้านี้เหตุการณ์ที่คล้าย ๆ กันเกิดขึ้นตอนช่วงวันที่ 18 ตุลาคม 2017 และ 11 ธันวาคม 2017 โดยเป็นช่วงที่ราคา Bitcoin นั้นพุ่งราว ๆ 193% แต่ก็ไม่มี address ไหนใน top 300 ที่เป็นเจ้าใหม่เลย โดยหลังจากนั้นก็ได้มีการร่วงลงของราคาราว ๆ 34% เกิดขึ้นในอีก 36 วันให้หลัง

ก่อนหน้านั้น ไม่มี addrses ไหนใน top 300 ที่ถูกเปิดขึ้นในช่วง 20 เมษายน 2017 และ และ 7 กรกฎาคม 2017 เลย ในขณะเดียวกันนั้นราคา Bitcoin ได้พุ่งกว่า 111% ก่อนที่จะต่อด้วยขาลงของราคาในช่วง 9 วันเท่านั้น

โดยรวมแล้วประวัติศาสตร์ที่ผ่านมานั้นช่วยพิสูจน์ได้ว่าทฤษฎีเจ้ามือรายใหม่นั้นดูมีความเป็นไปได้ กล่าวคือตลาดนั้นมักจะเป็นขาขึ้นในระยะเวลาหนึ่งที่มีเพียงไม่กี่ address ที่ไปถึง top 300 เนื่องจากว่ามันแสดงให้เห็นถึงการเก็บสะสมเหรียญของเจ้ามือที่ถือ position นั้น ๆ อยู่แล้ว แต่ในอีกแง่หนึ่งนั้นเผยว่าเจ้ามือมักจะถูกบังคับให้เข้ามาในตลาดเพราะเหตุการณ์ FOMO และมันมักจะทำให้เกิดจุดสูงสุดในตลาดขึ้นในตอนนั้นนั่นเอง

ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสำคัญในการตรวจและเฝ้าดู address อันดับต้น ๆ ของโลกเหล่านี้บน on-chain เพื่อตรวจดูโอกาสในการปรับฐานของราคา

เมื่อไรก็ตามที่มีการโอนเหรียญขนาดมหึมาเข้ามาในเว็บเทรดนั้น สิ่งนี้ถือเป็นตัวบ่งบอกว่าเราอาจจะได้เห็นการเทขายเกิดขึ้นในตลาดอย่างรุนแรงก็เป็นได้ และนักเทรดก็มักจะมองว่าเหตุการณ์นี้ถือเป็นเรื่องที่จะส่งผลลบต่อราคา

เมื่อไรก็ตามที่ตลาดเริ่มกลายเป็นขาขึ้น และนักขุดเริ่มที่จะลดการขายเหรียญของพวกเขาลง นักวิเคราะห์ก็จะคาดการณ์ว่าราคาอาจจะมีการปรับฐานลงเล็กน้อย ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มมีการเคลื่อนย้ายเหรียญอีกครั้งหนึ่ง หากอธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ ก็คือ ทุก ๆ สัปดาห์จะมี Bitcoin เกิดใหม่ที่ 6,300 BTC และมันจะถูกนำมาเทขายในตลาด และนักเทรดมักจะพยายามหลีกเลี่ยงการเทขายนี้ด้วยการเฝ้าดูการโอนเหรียญดี ๆ นั่นเอง

แต่ทว่าในตอนนี้นักลงทุนสถาบันเริ่มที่จะแห่เข้ามาในตลาดกันมากขึ้นเรื่อย ๆ และนักลงทุนคริปโตต่างก็กำลังรอดูว่าพวกเขาเหล่านี้จะมาช่วยลดแรงเทขายจากนักขุดได้มากน้อยขนาดไหน

แม้ว่าตอนนี้ปี 2021 จะดูค่อนข้างเป็นขาขึ้นอย่างรุนแรงสำหรับตลาดคริปโตแล้ว แต่นักเทรดนั้นก็ไม่ควรที่จะชะล่าใจ เนื่องจากว่าการร่วงลงของราคานั้นมักจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และมักจะเกิดขึ้นจากการบีบบังคับใช้กฎหมายจากรัฐบาล

ดังนั้นนักลงทุนจึงควรที่จะจับตาดูกระเป๋าเก็บ Bitcoin top 15 ของโลกนี้ตลอดช่วงปี 2021 เพื่อที่จะได้ไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญ ๆ

ที่มา cointelegraph

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *